ไฮบริดแบบใหม่ ใส่ใจสิ่งแวดล้อมมากขึ้น

ในปัจจุบันที่โลกของเรากำลังมุ่งหน้าไปสู่ความเจริญ ผ่านการพัฒนาด้านวิถีชีวิตของคนที่ผูกติดกับอารยธรรมและวัฒนธรรม คลื่นความคิดดังกล่าวยังส่งผลถึงสิ่งประดิษฐ์ (Invention) และสถาปัตยกรรม (Architecture) ด้วย แน่นอนว่าเมื่อเกิดการสรรสร้าง ย่อมต้องเกิดการทำลายขึ้นด้วยซึ่งเป็นสิ่งที่เราไม่อาจเลี่ยงได้ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการจัดการพื้นที่ หรือการใช้วัสดุหรือทรัพยากรธรรมชาติอันเป็นสาเหตุให้เกิดมลพิษ หากจะกล่าวถึงมลพิษที่ใกล้ตัวเราที่สุดและเกิดขึ้นไม่นานมานี้ก็คงจะหนีไม่พ้นปัญหาเรื่องฝุ่นละออง PM 2.5

ทางด้านบริษัทอุตสาหกรรมยานยนต์ยักษ์ใหญ่อย่างโตโยต้า ได้เล่งเห็นถึงปัญหาทางด้านมลภาวะนี้จึงสร้างผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ที่มีความคาดหวังที่จะสร้างแรงกระทบที่มีต่อธรรมชาติให้น้อยที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้โดยการสร้างรถยนต์ระบบไฮบริด (Hybrid) ขึ้นมา

โตโยต้าให้ความสำคัญกับกระบวนการผลิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมในทุกขั้นตอน เริ่มตั้งแต่การออกแบบยานยนต์ภายใต้แนวคิดรักษ์โลก โดยการลดการใช้พลังงานและการนำพลังงานทางเลือกมาใช้ ควบคู่ไปกับการคิดค้นและพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง และจากความมุ่งมั่นดังกล่าวได้ผลักดันให้โตโยต้าเป็นผู้ผลิตรถยนต์รายแรกของโลก ที่สามารถผลิตรถยนต์ไฮบริด (Hybrid) ที่ช่วยลดปริมาณการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงและลดมลพิษในอากาศ ออกจำหน่ายในตลาดภายใต้ชื่อ “พริอุส (Prius)” ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญของการสร้างสรรค์นวัตกรรมยานยนต์เพื่ออนาคตที่ยั่งยืนอย่างแท้จริง
TOYOTA กิจกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อม. 

ทางโตโยต้ายังคงดำเนินการพัฒนารถยนต์ระบบไฮบริดมาแล้วกว่า 2 ทศวรรษ และสามารถทำยอดขายได้กว่า 10 ล้านคันทั่วโลกในวันที่ 31 มกราคม 2560 ที่ผ่านมา ด้วยความมั่นคงในนโยบายผลิตภัณฑ์เพื่อสิ่งแวดล้อม

ระบบไฮบริดนับเป็นระบบขับเคลื่อนที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสมกับวิถีชีวิตในปัจจุบัน โดยเฉพาะในจังหวะการขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า ในสภาพการจราจรติดขัดหรือในการจอดรอไฟแดงซึ่งเครื่องยนต์จะหยุดทำงาน จึงทำให้ไม่มีการปล่อยไอเสียสู่อากาศ ช่วยลดมลพิษได้อย่างเต็มประสิทธิภาพโดย Camry Hybrid มีอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) น้อยกว่ารถยนต์เครื่องยนต์เบนซินขนาด 2.5 ลิตรทั่วไป ถึง 55 กรัม/กม. ซึ่งปริมาณไอเสียที่ลดลงดังกล่าว เปรียบเทียบได้กับการปลูกต้นไม้กว่า 100 ต้นต่อปี เพื่อช่วยดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ซึ่งเป็นสาเหตุของภาวะโลกร้อน เมื่อหลีกเลี่ยงที่จะใช้รถยนต์ไม่ได้ การเลือกใช้รถยนต์ไฮบริดก็คือการรักษ์โลก ช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมได้อย่างยั่งยืน
TOYOTA กิจกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อม.

และเมื่อไม่นานมานี้ ทางโตโยต้าได้พัฒนาโปรเจคไฮบริดรุ่นที่ 4 โดยการทำให้แบตเตอรี่ไฮบริด Ni-MH (Nickel-Metal Hydride) มีขนาดเล็กลง เก็บประจุไฟฟ้าได้เร็วขึ้น และสามารถจ่ายไฟให้แก่มอเตอร์ไฟฟ้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมพัฒนาระบบระบายความร้อนใหม่ ช่วยให้ทนทานและประหยัดน้ำมันยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ยังมีระบบ PCU (Power Control Unit) ที่พัฒนาขึ้นเพื่อการระบายความร้อนที่ดีขึ้น ช่วยให้ควบคุมการทำงานของเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ส่วนความปลอดภัยอื่น ๆ ที่พัฒนาขึ้นมาของแบตเตอรี่ตัวนี้ได้แก่ การตัดไฟอัตโนมัติเมื่อมีการชนเกิดขึ้น ตัวแบตเตอรี่ไฮบริดเชื่อมต่อกับเซนเซอร์ที่ถุงลมนิรภัย ซึ่งเมื่อถุงลมนิรภัยทำงานด้านตัวแบตเตอรี่จะทำการตัดไฟอัตโนมัติ แบตเตอรี่นี้จะมีเบรกเกอร์เหมือนกับไฟในบ้าน ซึ่งเมื่อเกิดไฟฟ้าลัดวงจรเบรกเกอร์ก็จะตัดลงมา มีตัววัดแรงเคลื่อนหรือโวลต์ของกระแสไฟ ซึ่งหากมีกระแสไฟออกมามากเกินไป ก็จะทำการตัดไฟอัตโนมัติ และตัวแบตเตอรี่ไฮบริดเองยังมีประกันนานถึง 10 ปี

เพราะโลกเรามีการพัฒนาไปตามกาลเวลาและปัญหาสิ่งแวดล้อมเป็นสิ่งที่เลี่ยงไม่ได้ ดังนั้นการเลือกใช้พลังงานทางเลือกของรถยนต์ไฮบริด โดยการนำพลังงานไฟฟ้ามาใช้ในการขับเคลื่อน จึงเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่เราจะสามารถช่วยโลกของเราได้ในเรื่องของการลดมลพิษในอากาศ ซึ่งเป็นผลพวงมาจากการก่อสร้างและไอเสียรถยนต์เป็นส่วนใหญ่ ซึ่งรถยนต์ระบบไฮบริดของโตโยต้าอย่าง CH-R หรือ CAMRY ใหม่ไม่เพียงแต่มอบความปลอดภัย ความแข็งแรงทนทานและความประหยัด แต่ยังส่งมอบความรัก ความใส่ใจของคุณไปยังโลกของเราอีกด้วย

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *